วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2552

รีดเงินเข้ากองทุนน้ำมันอีก มติกบง.มีผลตั้งแต่14มีค.

เพื่อแบ่งเบาภาระของ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 เพิ่มลิตรละ 0.78 บาท แก๊สโซฮอล์ E 20 เพิ่มลิตรละ 0.23 บาท และ น้ำมันดีเซล B2 เพิ่มลิตรละ 0.18 บาท

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าววันนี้ (13 มี.ค.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่ม เพื่อแบ่งเบาภาระของ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 เพิ่มลิตรละ 0.78 บาท แก๊สโซฮอล์ E 20 เพิ่มลิตรละ 0.23 บาท และ น้ำมันดีเซล B2 เพิ่มลิตรละ 0.18 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค. 2552

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวต่อว่า หลังการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพิ่มครั้งนี้ จะทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เก็บเงินเต็มเพดานที่กำหนดไว้แล้ว ส่งผลให้อัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ของกลุ่มแก๊สโซฮอล์และดีเซลหมุนเร็วกลับสู่อัตราเดิม นอกจากนี้ กบง.ยังได้เก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันในส่วนน้ำมันเบนซิน 91 อีก 1 บาทต่อลิตร แม้ว่าจะเต็มเพดานแล้ว เนื่องจากขณะนี้ค่าการตลาดน้ำมันเบนซินสูงประมาณ 3 บาทต่อลิตร เพื่อให้ระดับค่าการตลาดอยู่ในระดับเหมาะสมและเพื่อรักษาส่วนต่างราคาขาย ปลีกน้ำมันเบนซิน 91 กับแก๊สโซฮอล์ 95 หลังจากการปรับเพิ่มเงินเก็บเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในครั้งนี้จะส่งผลให้มีเงินไหลเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ประมาณ 3,460 ล้านบาท

"การ เก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ เพิ่ม จะไม่มีผลต่อราคาขายปลีกและได้ให้นโยบายเลขานุการ กบง.ไปหารือการกำหนดราคาขั้นต่ำของน้ำมันขายปลีก เพื่อเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ เพิ่ม หากราคาลดลงต่ำกว่าราคาขั้นต่ำ เพื่อจะนำเงินไปใช้แก้ปัญหากรณีน้ำมันราคาสูงขึ้น" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวด้วยว่า ภาพรวมราคาน้ำมันตลาดโลกขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 40 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล คาดว่าจะไม่ลงต่ำกว่านี้แล้ว ส่วนน้ำมันเบนซิน 95 ที่ค่าการตลาดอยู่ที่ 8 บาทต่อลิตร กระทรวงพลังงาน ได้ส่งสัญญาณให้ผู้ค้าน้ำมันแล้ว แต่ไม่สามารถบังคับให้ลดลงราคาได้ เพราะเป็นการค้าเสรี ที่รัฐจะไม่แทรกแซง แต่จะใช้กลไกผ่านบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ด้วยการให้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กลับมาขายน้ำมันเบนซิน 95 แล้ว ในบางสถานีบริการในราคาที่เหมาะสมเพื่อถ่วงดุลกับผู้ค้าน้ำมันของเอกชน

รายงานระบุว่า การส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่จะมีการเปลี่ยนแปลง ดังนี้ เบนซิน 91 จากเดิมเรียกเก็บ 4.70 บาท/ลิตร เพิ่มเป็น 5.70 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 จากเดิมเรียกเก็บ 1.57 บาท/ลิตร เพิ่มเป็น 2.35 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 จากเดิมเรียกเก็บ 0.97 บาท/ลิตร เพิ่มเป็น 1.75 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ E20 จากเดิมชดเชย 0.53 บาท/ลิตร เหลือชดเชย 0.30 บาท/ลิตร ดีเซลหมุนเร็ว B2 จากเดิมเรียกเก็บ 1.52 บาท/ลิตร เพิ่มเป็น 1.70 บาท/ลิตร ขณะที่ค่าการตลาดของผู้ค้า ณ วันที่ 13 มี.ค. 2552 เบนซิน 91 อยู่ที่ 3.42 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 2.79 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 2.84 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 2.84/ลิตร ดีเซลหมุนเร็ว B2 อยู่ที่ 1.84 บาทต่อลิตร

ที่มา: ไทยรัฐ

Read More......

วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ค่าเงินบาทเปิด35.20/25อ่อนค่าลงเล็กน้อย


ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 35.20/25 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อย คาดวันนี้แกว่งตัวในกรอบ 35.15-35.30 บาท/ดอลลาร์


นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวค่าเงินบาทเช้านี้ (17 ก.พ.) ว่า เปิดตลาดที่ระดับ 35.20/25 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากวานนี้ (16 ก.พ.) ปิดตลาดที่ระดับ 35.15/19 บาท/ดอลลาร์

"ช่วงนี้ยังมีความต้องการซื้อดอลลาร์อยู่ ดังนั้นเงินบาทน่าจะเคลื่อนไหวในทิศทางที่อ่อนค่า แต่คงไม่มากนัก"

นักบริหารเงิน กล่าวอีกว่า วันนี้เงินบาทยังมีโอกาสปรับตัวอ่อนค่าได้อีกเล็กน้อย โดยมองกรอบเคลื่อนไหวไว้ที่ 35.15-35.30 บาท/ดอลลาร์

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
Read More......

วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

รัฐจ่อก่อหนี้4แสนล.


คลังทำงบประมาณปี 2553 ขาดดุล 4 แสนล้านบาท พยุงเศรษฐกิจไม่ให้ทรุดตัว

นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า สำนักงบประมาณได้จัดทำกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553 แล้ว เพื่อ นำเสนอคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์ นี้ โดยตั้งเป็นงบประมาณขาดดุล ต่อเนื่อง


ทั้งนี้ แบ่งเป็นงบรายจ่ายประจำปี 1.9 ล้านล้านบาท จากปีก่อนที่ ตั้งงบรายจ่ายไว้ 1.8 ล้านล้านบาท ในขณะที่รายได้ตั้งไว้ 1.5 ล้านบาท ดังนั้นจะเป็นงบขาดดุลประมาณ 4 แสนล้านบาท ซึ่งสูงกว่างบ ประมาณปี 2552 เล็กน้อย

รมช.คลัง กล่าวว่า การขาดดุลงบประมาณที่ดูสูงขึ้นเนื่องจากรัฐจัดเก็บรายได้ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ โดยคาดว่ากรมสรรพากรจะเก็บรายได้ในปี 2553 ประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท ที่เหลือเป็นของกรมภาษีอื่นและรายได้ส่งรัฐของรัฐวิสาหกิจ

นายบัณฑูร สุภัควณิช ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า แม้รายได้รัฐบาลจะลดลงไปตามภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่จำเป็นต้อง แก้ปัญหาเศรษฐกิจในเชิงรุก จึงต้องขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้น ยืนยันว่าการกู้เพื่อขาดดุลงบประมาณ จะไม่ให้เกินเพดานที่กฎหมายกำหนดไว้

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการประชุมครม. วันที่ 17 ก.พ.นี้ จะนำเสนอตัวเลขการตั้งงบประมาณรายจ่ายปี 2553 เพื่อนำไปใช้ในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 โดยจะเน้นการแก้ไขปัญหาการ ว่างงานเป็นหลัก

ทั้งนี้ มาตรการใหม่จะต้อง สร้างงานได้เร็วและเป็นการจ้างงานที่ถาวร เช่น โครงการเพิ่มการจ้างงานด้านธุรการทั่วประเทศ 1.7 หมื่นตำแหน่ง ไม่เน้นโครงการลงทุนระยะยาว แต่จะเน้นโครงการลงทุนขนาดเล็กที่สามารถสร้างงาน เช่น แหล่งน้ำขนาดเล็กทั่วประเทศ

ที่มา: โพสต์ทูเดย์
Read More......

วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ปิยสวัสดิ์แนะลอยตัวLPGตามราคาตลาดโลก


อดีตรมว.พลังงาน แนะรัฐบาลประกาศลอยตัวแก๊ส LPG หลังราคาในตลาดโลกลดลง

ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ราคาแก๊สแอลพีจีในตลาดโลก ปรับราคาลดลงตามราคาน้ำมันจากระดับ 900 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน ลงมาอยู่ที่ 400 ดอลลาร์/ต่อตัน และเห็นว่ารัฐบาลควรใช้โอกาสนี้ พิจารณาเพื่อลอยตัวราคาแก๊สแอลพีจี


ก่อนหน้านี้ นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นว่า จะรับภาระส่วนต่าง จากการตรึงราคาแก๊สแอลพีจีในประเทศถึง 10,000 ล้านบาทโดยประมาณ 2-3 เดือน ตามมติของผู้ถือหุ้น โดยหลังจากนั้นให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการนำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาอุดหนุน

นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการบริษัทบางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แผนแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา อาจจะส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบไนเม็กซ์ปรับเพิ่มขึ้น และอาจจะทำให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ตลาดสิงคโปร์ ซึ่งไทยใช้ในการอ้างอิงราคาขายในประเทศ ส่วน ปตท.ยังรอพิจารณาราคาน้ำมันในตลาดโลก ก่อนที่จะตัดสินใจปรับราคาขายในวันจันทร์ที่จะถึงนี้

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
Read More......

ปิยสวัสดิ์แนะลอยตัวLPGตามราคาตลาดโลก

อดีตรมว.พลังงาน แนะรัฐบาลประกาศลอยตัวแก๊ส LPG หลังราคาในตลาดโลกลดลง

ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ราคาแก๊สแอลพีจีในตลาดโลก ปรับราคาลดลงตามราคาน้ำมันจากระดับ 900 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน ลงมาอยู่ที่ 400 ดอลลาร์/ต่อตัน และเห็นว่ารัฐบาลควรใช้โอกาสนี้ พิจารณาเพื่อลอยตัวราคาแก๊สแอลพีจี


ก่อนหน้านี้ นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นว่า จะรับภาระส่วนต่าง จากการตรึงราคาแก๊สแอลพีจีในประเทศถึง 10,000 ล้านบาทโดยประมาณ 2-3 เดือน ตามมติของผู้ถือหุ้น โดยหลังจากนั้นให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการนำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาอุดหนุน

นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการบริษัทบางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แผนแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา อาจจะส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบไนเม็กซ์ปรับเพิ่มขึ้น และอาจจะทำให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ตลาดสิงคโปร์ ซึ่งไทยใช้ในการอ้างอิงราคาขายในประเทศ ส่วน ปตท.ยังรอพิจารณาราคาน้ำมันในตลาดโลก ก่อนที่จะตัดสินใจปรับราคาขายในวันจันทร์ที่จะถึงนี้

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
Read More......

วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ปตท.-บางจากลดราคาน้ำมันกลุ่มดีเซล40 สต.


ปตท.-บางจาก ประกาศปรับลดราคาน้ำมันกลุ่มดีเซล 40 สต./ลิตร รับวาเลนไทน์


บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ประกาศปรับลดราคาน้ำมันกลุ่มดีเซลลง 40 สตางค์ โดยมีผลในวันนี้ (14 ก.พ.) อย่างไรก็ตาม ยังคงตรึงราคากลุ่มน้ำมันเบนซินต่อไป

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันในวันนี้ ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลของปตท.และบางจาก ราคาขายดีเซลจะอยู่ที่ 19.59 บาทต่อลิตร, ดีเซล B5 (ไบโอดีเซล) อยู่ที่ 18.09 บาทต่อลิตร ขณะนี้ราคากลุ่มน้ำมันเบนซินยังคงที่

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
Read More......

วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

กอร์ปศักดิ์ ยันรัฐจ่ายเงิน2พัน ด้วยวิธีการออกเป็นเช็คเงินสด


กอร์ปศักดิ์ ยันรัฐบาลใช้วิธีเงินจ่าย 2 พันบาทให้ผู้ใช้แรงงานด้วยวิธีสั่งจ่ายเป็นเช็ตเงินสด เตรียมขอความร่วมมือไปยังร้านค้าให้ใช้เช็คแทนเงินสดซื้อของได้ มั่นใจไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องการปลอมแปลงเช็ค


(13ก.พ.) นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯ กล่าวถึงการจ่ายเงินช่วย 2,000 บาท ที่จะให้ผู้ใช้แรงงานที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท ว่า เป็นที่สรุปแล้ววการจ่ายเงินจำนวนดังกล่าว รัฐบาลได้ตัดสินใจแล้วว่าจะใช้วิธีการจ่ายเงินผ่านเช็คเงินสด ส่นที่มีกระแสข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่ารัฐบาลจะมีการจ่ายเงินโดยจะใช้วิธีการโอนเงินสดเข้าบัญชีธนาคารนั้น รัฐบาลเห็นว่าวิธีดังกล่าวอาจจะทำให้ผู้ที่รับเงินนบางคนอาจจะไม่ยอมไปถอนเงินออกจากบัญชี

ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นจริงผลของนโยบายนี้ที่รัฐบาลได้วางเอาไว้อาจจะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวนี้เพิ่งผ่านการพิจารณาของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อคืนที่ผ่านมา(12 ก.พ.) และนโยบายดังกล่าวนี้จะต้องส่งเข้าสู่การพิจารณาที่ประชุมวุฒิสภา และถึงจะประกาศออกมาเป็นกฎหมายอีกครั้ง อย่างไรก็ตามตนคาดว่านโยบายในเรื่องดังกล่าวจะสามารถดำเนินการได้อย่างช้าสุดประมาณกลางเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้

นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับวิธีการจัดส่งเช็คเงินสดจำนวน 2,000 บาทนั้น คาดว่าจะใช้วิธีการจัดส่งทางไปรษณียร์ไปตามบ้าน ซึ่งตนเห็นว่าการจัดส่งด้วยวิธีดังกล่าวนี้เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพราะทางสำนักงานประกันสังคมจะมีชื่อ และที่อยู่ของผู้ใช้แรงงานที่มีสิทธิได้รับเงิน แต่อาจจจะต้องใช้เวลาในการดำเนินการบ้าง แต่ก็ไม่น่าจะใช้เวลาเกินสองสัปดาห์ โดยรัฐบาลต้องการจะจ่ายเงินออกไปให้เร็วที่สุด ส่วนวิธีการออกเช็คดังกล่าวรัฐบาลกำลังพิจารณาวิธีที่มีความเหมาะสม และมีความสะดวกผู้ที่ได้รับเช็คในการนำไปขึ้นเงิน

ซึ่งในความคิดตนเห็นว่าเช็คที่จะออกมาควรจะเป็นเช็คที่จะสามารถนำไปใช้เป็นเงินได้ ซึ่งจะปัญหาอย่างเดียวคือ เวลาผู้ที่ได้รับเช็คดังกล่าวนำเช็คไปใช้ร้านค้าต่างๆ อาจจะเกิดความกลัวว่าเช็คที่รัฐบาลจ่ายออกจะเป็นเช็คเด้งหรือไม่ ดังนั้นปัญหาในเรื่องนี้รัฐบาลคงจะต้องมีการประสานและทำความเข้าใจเพื่อขอร่วมมือกับร้านค้าต่างๆ เพื่อให้เจ้าของร้านค้าเกิดความมั่นใจว่าเช็คที่มีการนำไปใช้จ่ายเป็นเช็คของรัฐบาล โดยตนเรื่องดังกล่าวนี้ตนคงจะนำเข้าสู่ที่ประชุมของครม.เศรษฐกิจที่จะมีการประชุมร่วมกับภาคเอกชน

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนปัญหาที่หลายเกรงว่าอาจจะมีการปลอมแปลงเช็ครัฐบาลที่สั่งจ่ายขึ้นมานั้น ส่วนตัวคิดว่าน่าจะปลอมแปลงยาก และที่สำคัญเช็คที่รัฐบาลสั่งจ่ายออกมานี้เป็นการสั่งจ่ายเพียงครั้งเดียว และคิดว่าคงจะไม่มีใครจะมาคิดนั่งปลอมแปลงเช็ค เนื่องจากจะต้องมีชื่อและส้างต่างๆ ที่กำกับมากมาย และที่สำคัญเจ้าเช็คจะต้องเช็คกำกับหลังเช็ค สิ่งหนึ่งตนอยากจะฝากไปยังที่ผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับเงินจำนวน 2,000 บาทจากรัฐบาลในครั้งนี้ ขอให้ทุกคนใช้เงินอย่างฉลาดและให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ที่มา: คมชัดลึก
Read More......

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

รีดภาษีน้ำมันก๊อก2สัปดาห์นี้


ลุ้นขยับภาษีน้ำมันปลายสัปดาห์นี้ ลิตรละไม่เกิน 1 บาท หวังจังหวะน้ำมันขาลงปรับทันที

แหล่งข่าวจาก กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานจะพยายามทยอยปรับ ขึ้นภาษีน้ำมันในสัปดาห์นี้ไม่เกิน 1 บาท/ลิตร หากปัจจัยราคาน้ำมันในตลาดโลกเอื้ออำนวยให้สามารถดำเนินการได้


ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามแผนการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันที่ได้กำหนดไว้ ในขณะเดียวกันเป็นการบรรเทาภาระให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากการนำเงินไปอุดหนุนราคาขายปลีกน้ำมันในแต่ละประเภท ไม่ให้ถึงขั้นฐานะติดลบในอนาคต
สำหรับการปรับภาษีน้ำมันในรอบที่ 2 นี้ จะดำเนินการระหว่างวันที่ 7-14 ก.พ. 2552 เบื้องต้นกำหนดอัตราภาษีที่ปรับไม่เกิน 1 บาท/ลิตร เพราะไม่ต้องการ ให้ประชาชนได้รับผลกระทบมากเกินไป
อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าในปัจจุบันแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มปรับเพิ่มขึ้น และถ้าราคาน้ำมันปรับขึ้นมาก ก็มีความเป็นไปได้ที่ภาครัฐต้องชะลอการปรับภาษีออกไปก่อนเพราะเกรงจะเกิดผลกระทบกับประชาชน

แหล่งข่าวกล่าวว่า อำนาจ การตัดสินใจปรับขึ้นภาษีอยู่ที่ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน ซึ่งเป็นไปตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่ให้ไว้ การปรับขึ้นภาษีจะดำเนินการพร้อมกับการตรวจเช็กสต๊อกน้ำมันควบคู่ไปด้วยเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

สำหรับมติกบง. ต้องการให้ทยอยปรับขึ้นภาษีไม่เกินครั้งละ 1.50 บาท/ลิตร จะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน โดยการปรับอัตราภาษีแต่ละครั้งหากกำหนดตัวเลขที่ต่ำเกินไปจะทำให้เกิดภาระในการตรวจเช็กสต๊อกบ่อยครั้งสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายของภาครัฐได้

ทั้งนี้ อัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันส่วนที่เหลือที่จะต้องทยอยปรับ มีดังนี้ แก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 ปรับเพิ่มขึ้นอีก 3.73 บาท/ ลิตร แก๊สโซฮอล์ อี20 ปรับอีก 3.14 บาท/ลิตร ดีเซล บี2 ปรับอีก 2.33 บาท/ลิตร และดีเซล บี5 ปรับอีก 92 สต./ลิตร

นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก ปิโตรเลียม กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันจะต้องติดตามสัปดาห์นี้ว่าจะมีทิศทางอย่างไรและไม่ยืนยันว่าผู้ค้าน้ำมันจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงราคาตามตลาดโลกจนกว่าภาครัฐจะปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมัน

ที่มา: โพสต์ทูเดย์
Read More......

โครงการบ้าน(ไม่)เอื้ออาทร เส้นแบ่งกฎหมาย-คุณธรรม

โครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ วัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยประชาชนผู้มีรายได้น้อยให้สามารถมีที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐานในราคาที่ผ่อนได้
... แต่ดูเหมือนพอทำจริงๆ กลับมีปัญหามาโดยตลอด

"บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ บนเนื้อที่ 21 ตารางวา อาศัยอยู่ด้วยกันรวม 6 คน โดยบ้านหลังนี้ ถือเป็นหลังแรกของชีวิต และคิดว่า คงจะลงหลักปักฐานอยู่ที่นี่ จึงได้ตัดสินใจซื้อบ้านเอื้ออาทรขอนแก่น (เมืองเก่า) พร้อมกับใช้เงินในการตกแต่งและต่อเติมบ้านไปนับแสนบาท" ลัดดา บุญเพ็ชร วัย 36 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 135/43 หมู่ 7 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น หนึ่งในลูกค้าโครงการบ้านเอื้ออาทรขอนแก่น (เมืองเก่า) ที่บ้านของเธอกำลังจะถูกซื้อคืนจากทางการเคหะบอก



เธอ เล่าว่า ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมบ้านหลังดังกล่าวราคา 386,400 บาท โดยชำระเงินงวดเดือนละ 2,400 บาท ระยะเวลา 360 งวด มาตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.2549 แต่มาระยะหลังติดขัดปัญหาเรื่องเงิน จึงได้ค้างชำระค่างวดเป็นเวลา 3 งวดติดต่อกัน คือ ตั้งแต่ ต.ค.-ธ.ค.2551

ต่อมาสำนักงานการเคหะขอนแก่น ได้ออกใบแจ้งเตือน ให้ไปชำระหนี้เงินกู้ครั้งที่ 2 ภายในวันที่ 22 ม.ค.2552 โดยมียอดที่ต้องชำระ 12,650.53 บาท

ในวันที่ 22-23 ม.ค. เธอ ได้เข้าไปติดต่อขอชำระเงินงวด แต่มีเงินไปเพียง 8,000 บาท จึงขอผ่อนชำระ พร้อมรับปากว่า วันจันทร์ที่ 26 ม.ค. จะนำเงินมาชำระให้ครบเต็มจำนวนที่ค้าง แต่เจ้าหน้าที่ธนาคารปฏิเสธที่รับชำระเงิน โดยให้ไปคุยกับทางการเคหะขอนแก่น เอาเอง
ต่อมาในวันที่ 26 ม.ค. เธอได้เข้าไปติดต่ออีกครั้งแต่ยอดกลับยอดเพิ่มขึ้นเป็น 12,796.78 บาท ขณะที่ทางธนาคารบอกว่า การเคหะแห่งชาติ ได้ซื้อบ้านคืนแล้ว ซึ่งก็เท่ากับว่า เงินงวดที่เธอชำระมา 2 ปีเศษ ต้องสูญเปล่า

พันธุ์พิศ เล็กเลิศรัตน์ อายุ 46 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 135/39 หมู่ 7 ต.เมืองเก่า เป็นอีกหนึ่งรายที่ถูกการเคหะบอกเลิกสัญญา พร้อมด้วยลูกค้าบ้านเอื้ออาทรขอนแก่น (เมืองเก่า) ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนกับ นายถาวร เสนเนียม รมช.กระทรวงมหาดไทย และนายมานิต วัฒนเสน ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เพื่อให้ช่วยเหลือ ขณะเดียวกันก็ได้ยื่นฟ้องร้องต่อศาล ในแผนกคดีผู้บริโภค โดยศาลได้นัดสืบพยานในเดือนก.ค.นี้
ด้าน ปรียา ปิ่นปลื้มจิตต์ รอง ผอ.กองบริหารการขาย 2 ดูแลพื้นที่ภาคอีสาน การเคหะแห่งชาติ ให้ข้อมูลว่า ปกติหากลูกค้าโครงการบ้านเอื้ออาทร เริ่มผิดนัดชำระ ตามระเบียบแล้วทางการเคหะจะมีการติดตามและเร่งรัดให้ลูกค้ามาผ่อนชำระ เพื่อให้ลูกค้ามีวินัยในการชำระ แต่หากติดค้างชำระตั้งแต่ 2-3 งวดขึ้นไป ก็จะถูกยึด
... ดังนั้นลูกค้ากู้ซื้อบ้านต้องอย่าติดค้าง

ขณะที่ ชาญณรงค์ บุญพร้อม หัวหน้าสำนักงานการเคหะชุมชนขอนแก่น ให้ความเห็นว่า กรณีที่ลูกค้าเช่าซื้อบ้านเอื้ออาทรขอนแก่น (เมืองเก่า) ในรายที่ถูกบอกเลิกสัญญาหรือ กำลังจะถูกบอกเลิกสัญญาได้ส่งเรื่องไปยังการเคหะแห่งชาติ เพราะเขาเองไม่มีอำนาจในการอนุมัติ ว่า จะให้ยกเลิกสัญญาหรือไม่ยกเลิก ส่วนในกรณีที่ลูกค้าผิดนัดชำระตามกฎหมายเมื่อไปติดต่อขอชำระกับทางธนาคาร ถ้าชำระครบเต็มจำนวนเงินคงค้าง ธนาคารเขาถึงจะรับ

ขณะที่ นายมานิต วัฒนเสน ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น แสดงความเห็นเรื่องนี้ว่า
"ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะทางการเคหะแห่งชาติยึดกฎระเบียบมากเกินไป โดยไม่ใช้หลักจิตวิทยา หากเป็นเช่นนี้คงไม่เรียกว่า บ้านเอื้ออาทรแล้ว และการที่เขาจ่ายชำระค่างวดมาเป็นเวลา 2 ปีกว่า แต่เพียงแค่ค้างชำระเพียง 2-3 งวด ก็จะมายึดบ้านแล้ว มันโหดร้ายเกินไป"

ปฏิวัติ เฉลิมชาติ ผู้จัดการศูนย์คุ้มครองผู้บริโภค จ.ขอนแก่น บอกว่า ตามหลักกฎหมายสากล หากลูกค้าผิดนัดชำระติดต่อกัน 3 งวด เจ้าหนี้หรือผู้ให้เช่า สามารถบอกเลิกสัญญาได้ แต่ในกรณีของบ้านเอื้ออาทร ซึ่งเป็นโครงการของรัฐบาลนั้น น่าจะใช้หลักประนีประนอม เพราะถ้าลูกค้ามีเหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถชำระเงินทั้งหมดได้ ก็น่าจะผ่อนผัน อีกทั้งลูกค้ามีเจตนาที่จะจ่าย ไม่มีเจตนาจะหนีแต่อย่างใด

วันนี้ การเคหะแห่งชาติ คงต้องกลับมาทบทวนว่า จะรักษากฎหมาย หรือจะใช้หลักคุณธรรม เพื่อให้หลักปฏิบัติสมกับชื่อโครงการที่ว่า "เอื้ออาทร" อย่างแท้จริง..

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ

Read More......

ออมสิน ให้กู้ตกงาน

ธนาคารออมสิน ทุ่มสุดตัว ปลายมี.ค. ออก 2 โครงการช่วยเหลือคนตกงานและผู้ประกอบการ

นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในช่วงปลายเดือนมี.ค. นี้จะเปิดตัว 2 โครงการเพื่อช่วยเหลือประชาชน ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ได้แก่ สินเชื่อเพื่อคนตกงาน และบริการ แฟกตอริง โดยทั้งสองโครงการอยู่ระหว่างการวางกรอบและเงื่อนไขในการให้บริการ


สินเชื่อ สำหรับคนตกงานหรือถูกปลดออกจากงาน จะอยู่ภายใต้โครงการธนาคารประชาชน แต่จะเพื่อเงื่อนไขพิเศษสำหรับคนตกงานโดยเฉพาะ เพื่อให้คนกลุ่มนี้สามารถขอสินเชื่อไปใช้ในการประกอบอาชีพ โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ ค้ำประกัน ในวงเงินรายละไม่เกิน 1 แสนบาท ขณะเดียวกันยังปรับเพิ่มวงเงินกู้เริ่มต้นสำหรับลูกค้ารายใหม่ จาก 3 หมื่นบาท เป็น 5 หมื่นบาท

ทั้งนี้ เมื่อปี 2551 มีประชาชนมาขอสินเชื่อในโครงการธนาคารประชาชน 1.7 แสนราย และคาดว่าในปี 2552 จะมีประชาชนมาขอสินเชื่อในโครงการดังกล่าว 2.5 แสนราย

"แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่ไม่เป็นห่วงว่าสินเชื่อโครงการธนาคารประชาชนจะกลายเป็นสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพราะธนาคารออมสินมีระบบการติดตามที่ดี ทำให้ปัจจุบันโครงการนี้มีเอ็นพีแอลเพียง 7-8% ของสินเชื่อคงค้างเท่านั้น" นายเลอศักดิ์ กล่าว

สำหรับการให้บริการแฟกตอริง หรือบริการรับซื้อบัญชีลูกหนี้การค้าเพื่อสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนในช่วงที่ธนาคารพาณิชย์ระมัดระวังในการให้สินเชื่อ โดยตั้งวงเงินไว้ 5,000 ล้านบาท

นายเลอศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในปี 2552 ตั้งเป้าหมายขยายสินเชื่อสุทธิ 5.6 หมื่นล้านบาท โดยยังคงรักษาสัดส่วนลูกค้ารายย่อยไว้ที่ 80-85% และเพิ่มเงินฝากอย่างน้อย 3.5 หมื่นล้านบาท โดย 66% เป็นเงินฝากประจำ

"ธนาคารออมสินมีสัดส่วนเงินฝากประจำมากกว่าธนาคารพาณิชย์ที่มีประมาณ 50% ทำให้มีต้นทุนเงินฝากเฉลี่ย 2.3% สูงกว่าธนาคารพาณิชย์ นอกจากนี้ธนาคารออมสินยังมีต้นทุนแฝงในการดูแลสังคมและพนักงานเกษียณประมาณ 1.7-1.8% ขณะที่มีรายรับเฉลี่ย 5.5% เพราะฉะนั้นธนาคารมีส่วนต่างดอกเบี้ยเท่ากับ 1.5% เท่านั้น" นายเลอศักดิ์ กล่าว

ขณะที่ในปี 2551 มีสัดส่วน เอ็นพีแอลเพียง 3.31% ของสินเชื่อรวม ซึ่งคาดว่าในปี 2552 จะสามารถปรับลดลงต่ำกว่า 3% ได้ ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดในระบบธนาคาร โดยมีแผนที่จะตั้งฝ่ายงานบังคับคดีเพื่อดูแลสินทรัพย์ที่ได้จากการบังคับคดี

นอกจากนี้ นายเลอศักดิ์ยังกล่าวถึงกรณีของบริษัท การบินไทย ว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากการบินไทย ซึ่งหากได้รับการติดต่อมาจะต้องพิจารณากันอย่างรอบคอบ
"ถ้าต้องรักษาสัดส่วนลูกค้ารายย่อยไว้ประมาณ 85% เพราะฉะนั้นถ้าให้สินเชื่อ กับการบินไทยแล้วจะนำเงินไปช่วยเหลือกิจกรรมอย่างอื่น เช่น การจำนำข้าว ธนาคารยังคงบทบาทในการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก และยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" นายเลอศักดิ์ กล่าว

ที่มา: โพสต์ทูเดย์
Read More......